ภูมิภาคเอเซียตะวันออก

1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพและลักษณะของสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ สังคมวัฒนธรรมของภูมิภาคเอเซียตะวันออก

2. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาคในเอเซียตะวันออก

3. มึความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประชากรในเอเซียตะวันออก

4. มีความรู้ความเข้าใจว่าจีนเป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่ที่มีอิทธิพลต่อประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเซีย

5. ตระหนักถึงความสำคัญของประเทศในภูมิภาคนี้ที่มีต่อโลก

 

                           แผนที่ :เอเซียตะวันออกแสดงอาณาเขตประเทศและเมืองหลวง

   
 

                  ภูมิภาคเอเซียตะวันออกหรือมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า " ตะวันออกไกล " มีเนื้อที่ประมาณ 11,755,336 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 26 ของเนื้อที่ทวีปเอเซีย หรือประมาณร้อยละ 8 ของเนื้อที่ภาคพื้นทวีป

ทั้งหมดของโลก ภูมิภาคเอเซียตะวันออกประกอบด้วยประเทศต่างๆ คือสาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี(เกาหลีใต้) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ( เกาหลีเหนือ ) สาธารณรัฐประชาชนมองโกเลีย สาธารณรัฐจีน ( ไต้หวัน ) ฮ่องกง ( เป็นเกาะ เคยอยู่ในความดูแลของอังกฤษ ซึ่งเช่ามาจากจีนเป็นเวลา 99 ปี จะหมดสัญญาเข่าปีในพ.ศ.2540 ) มาเก๊า เป็นอาณานิคมของโปรตุเกส

 
 

ที่ตั้งและอาณาเขต

ที่ตั้ง

                ภูมิภาคเอเซียตะวันออกตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของทวีปเอเซีย พื้นที่ทั้งหมดอยู่ในซีกโลกเหนือ คือตั้งอยู่ระหว่างละติจูด ที่ 18 ํ เหนือ ถึง 54 ํ เหนือ และอยู่ระหว่างลองจิจูดที่ 74 ํ ตะวันออก ถึง 154 ํ ตะวันออก

 
 

อาณาเขต

เอเซียตะวันออกมีอาณาเขตติดต่อดังนี้

ทิศเหนือ             ติดต่อกับ สหพันธ์รัสเซีย

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับ มหาสมุทรแปซิฟิก

ทิศใต้               ติดต่อกับ ประเทศเนปาล ภูฏาน อินเดีย พม่า ลาว เวียดนามและทะเลจีนใต้

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับอินเดีย อัฟกานิสถาน คาซัคสถาน สหพันธ์รัสเซีย

หมายเหตุ สำหรับน่านน้ำหรือทะเลที่สำคัญในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีอาณาเขตติดต่อกับภูมิภาคเอเซียตะวันออกได้แก่ ทะเลญี่ปุ่น ทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก ทะเลจีนใต้  

 
 

ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป

ลักษณะภูมิประเทศของภูมิภาคเอเซียตะวันออกสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือ

1. ส่วนที่เป็นภาคพื้นทวีป

         ส่วนที่เป็นภาคพื้นทวีปซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคนี้ รวมแล้วมีพื้นที่มากกว่าร้อยละ 95 ประกอบด้วยประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาชนมองโกเลีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ( เกาหลีเหนือ ) สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้ )

 
 

2. ส่วนที่เป็นเกาะ

         ส่วนที่เป็นหมู่เกาะ ซึ่งมีพื้นที่ไม่ถึงร้อยละ 5 ของพื้นที่ทั้งหมดของภูมิภาคเอเซียตะวันออก ประกอบด้วยประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า

 
            

ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกมีประเทศที่มีลักษณะเด่น ๆที่น่าสนใจคือ

1. ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

เป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้และมีประชากรมากที่สุดในภูมิภาคนี้และมากที่สุดของโลก

 
 

2. ประเทศญี่ปุ่น

เป็นประเทศที่เป็นหมู่เกาะและเป็นประเทศเดียวของทวีปเอเซียจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเป็นประเทศที่มีการอุตสาหกรรมที่เจริญก้าวหน้าที่สุดของเอเซีย และเป็นประเทศอุตสาหกรรมสำคัญ 1 ใน 7 ของโลก

 
 

3. ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ( เกาหลีใต้ ) และประเทศสาธารณรัฐจีน ( ไต้หวัน )

จัดอยู่ในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่ที่เรียกว่า นิกส์ ( Nics )

 
 

ข้อมูลบางประการของเอเซียตะวันออก

ลำดับที่
ชื่อประเทศ
เมืองหลวง

พื้นที่

( ตารางกิโลเมตร )

จำนวนประชากร

(ล้านคน )

หมายเหตุ
1 สาธารณรัฐประชาชนจีน ปักกิ่ง (เป่นจิง ) 9,561,100 1,151.3  
2 สาธารณรัฐประชาชนมองโกเลีย อูลานบาตอร์ 1,565,000 2.2  
3 ญี่ปุ่น โตเกียว 372,313 123.8  
4 สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี(เกาหลีเหนือ) เปียงยาง 121,200 21.8  
5 สาธารณรัฐเกาหลี(เกาหลีใต้) โซล 98,959 43.2  
6 ไต้หวัน ไทเป 35,778 20.5  
7 ฮ่องกง วิกตอเรีย 1,031 5.9 อังกฤษดูแลเช่าจากจีน
8 มาเก๊า มาเก๊า 15.5 0.4 อาณานิคมของโปรตุเกส

ที่มา : หนังสือเรียนสังคมศึกษา ส 203 ทวีปของเรากรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ

หมายเหตุ : จำนวนประชากรกลางปี 2534 จากสถาบันประชากรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลับด้านบน1

 
 

สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ

ลักษณะภูมิประเทศ

         ลักษณะภูมิประเทศของภูมิภาคเอเซียตะวันออก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงด้านตะวันตก แล้วค่อย ๆ ลาดต่ำลงไปในด้านตะวันออกและทางด้านตะวันออกจะมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณปากแม่น้ำสายต่างๆ จะเป็นที่ราบลุ่มที่สำคัญของภูมิภาคนี้

สำหรับลักษณะภูมิประเทศที่สำคัญของภูมิภาคเอเซียตะวันออก สามารถแบ่งได้ดังนี้

1. เขตภูเขาและที่ราบสูง

เขตภูเขาและที่ราบสูง ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้

1.1 เขตที่ราบสูงทิเบต

ได้แก่บริเวณทางตะวันตกเฉียงใต้ของสาธารณารัฐประชาชนจีน มีที่ราบสูงกว้างใหญ่ มีความสูงเฉลี่ยมากกว่า 4,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล สำหรับเนื้อที่ของที่ราบสูงทิเบตมีประมาณ 1.3 ล้านตารางกิโลกเมตร

เป็นที่ราบสูงที่สูงที่สุดในโลก ได้ชื่อว่า " หลังคาโลก"

       เขตที่ราบสูงทิเบตเป็นเขตที่ราบสูงที่มีภูเขาล้อมถึง 3 ด้าน คือทางทิศเหนือมีเทือกเขาคุนลุนทางทิศใต้มีเทือกเขาหิมาลัย และทางทิศตะวันตกมีเทือกเขาคาราโครัม

      บริเวณที่ราบสูงทิเบตเป็นบริเวณต้นกำเนิดแม่น้ำสายสำคัญของทวีปเอเซียเช่นแม่น้ำฮวงโห หรือแม่น้ำเหลือง หรือแม่น้ำหวงเหอ แม่น้ำแยงซีเกียง หรือแม่น้ำฉางเจียง แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำสินธุ

แม่น้ำพรหมบุตร

      เขตที่ราบสูงทิเบตเป็นเขตที่มีอากาศหนาวเย็น และแห้งแล้ง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณนี้มีเทือกเขาต่างๆ กั้นทิศทางของลมมรสุมไว้ทำให้ฝนตกในเขตนี้น้อยมาก บางแห่งจึงเป็นทะเลทราย

 
 

1.2 เขตที่ราบสูงภาคตะวันตกเฉียงเหนือ

เขตที่ราบสูงภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเอเซียตะวันออก ได้แก่ บริเวณประเทศมองโกเลีย และแคว้นซินเกียงของจีน เขตนี้มีภูเขาสูงอยู่หลายแนว แต่ความสูงน้อยกว่าเขตที่ราบสูงทิเบต สำหรับเทือกเขาที่สำคัญได้แก่

เทือกเขาอัลไต เทือกเขาเทียนชาน โดยมีแนวเทือกเขาคุนลุนเป็นแนวกั้นเขตแบ่งกับที่ราบสูงทิเบต

        เนื่องจากเขตนี้มีเทือกเขาอยู่หลายแนว จึงทำให้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งระหว่างเทือกเขาหลายแอ่ง เช่นแอ่งทาริม แอ่งซุงกาเรีย แอ่งโกเลีย

 
 

1.3 เขตที่ราบสูงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เขตนี้มีเทือกเขาที่สำคัญ ได้แก่ เทือกเขาชิงกาน เทือกเขาซานซันโปในเกาหลี บริเวณเขตนี้มีที่ราบสุงแมนจูเรีย เป็นที่ราบสูงกว้างใหญ่และสำคัญที่สุดในเขตนี้

 
 

2. เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำ

       เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำเป็นเขตที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคเอเซียตะวันออก เพราะเป็นเขตที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด สำหรับลุ่มแม่น้ำที่สำคัญในเขตนี้ได้แก่

2.1 เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำเลียวและแม่น้ำซุงการี

ได้แก่ บริเวณ แมนจูเรียของจีนและในเกาหลี

 
 

2.2เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำฮวงโห

แม่น้ำฮวงโหมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น แม่น้ำหวงเหอ แม่น้ำเหลือง แม่น้ำวิปโยค แม่น้ำฮวงโหเกิดจากที่ราบสูงด้านตะวันตกของประเทศจีนไหลผ่านทางตอนเหนือของจีน ไปทางตะวันออกสู่ทะเลเหลืองในมหาสมุทรแปซิฟิก แม่น้ำฮวงโหมีความยาวประมาณ 5,464 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของจีนและมีความยาวเป็นอันดับ 6 ของโลก

        สำหรับสาเหตุที่ทำให้แม่น้ำฮวงโหมีชื่อเรียกหลายชื่อ เพราะปัจจัยหลายอย่าง เช่นที่เรียกว่า แม่น้ำเหลือง เพราะบริเวณที่แม่น้ำนี้ไหลผ่านจะมีดินสีเหลืองเป็นลักษณะดินฝุ่นที่เรียกว่า " ดินเลิส์ส( Loess)เมื่อฝนตกหรือลมพัดดินเหล่านี้จะลงสู่แม่น้ำฮวงโห ทำให้น้ำมีสีเหลือง จึงเรียกว่า "แม่น้ำเหลือง"

       ส่วนที่เรียกว่า " แม่น้ำวิปโยค" เนื่องจากในช่วงที่ฝนตกมากๆของทุกปี แม่น้ำนี้จะมีน้ำหลากท่วม ทำความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนที่อยู่ในบริเวณแม่น้ำนี้

 
 

2.3 เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง ( Yangtze Kiang)

แม่น้ำแยงซีเกียงมีชื่อตามภาษาท้องถิ่นว่าแม่น้ำฉางเจียง แม่น้ำสายนี้เกิดจากที่ราบสูงทิเบตไหลผ่านทางตอนกลางของจีนไปทางตะวันออกลงสู่ทะเลจีนตะวันออก มหาสมุทรแปซิฟิก มีความยาวประมาณ 6,300 กิโลเมตรเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดของจีน และมีความยาวเป็นอันดับ 4 ของโลก เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงเป็นที่ราบกว้างใหญ่และสำคัญของจีนมีเมืองสำคัญหลายเมืองเช่น เมืองเซียงไฮ้ เมืองนานกิง เมืองจุงกิง เมืองวูฮั่น

 
 

2.4 เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำซีเกียง ( SiKiang)

แม่น้ำซีเกียงเกิดจากที่ราบสูงยูนนานไหลผ่านทางตอนใต้ของจีนลงสู่ทางทะเลจีนใต้ในมหาสมุทรแปซิฟิก มีความยาวประมาณ 1,900 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำที่มีความยาวเป็นอันดับ 3 ของจีน บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำซีเกียงเป็นเขตเพาะปลูกข้าวที่สำคัญของจีน เมืองสำคัญในเขตนี้คือ กวางตุ้ง

 
 

3. บริเวณที่เป็นหมู่เกาะ

         ภูมิภาคเอเซียตะวันออกส่วนหนึ่งประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่นับพันเกาะ แต่เกาะใหญ่ ๆที่สำคัญ ได้แก่ เกาะฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุ คิวชู ทั้ง 4 เกาะเป็นของญี่ปุ่น เกาะไต้หวันหรือเกาะฟอร์โมซาเป็นที่ตั้งของประเทศไต้หวันหรือสาธารณรัฐจีน อยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ประมาณ 160 กิโลเมตร และเกาะไหหลำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดกวางตุ้งของจีน

       ลักษณะภูมิประเทศของหมู่เกาะในเอเซียตะวันออกที่สำคัญคือ หมู่เกาะของญี่ปุ่น พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขามีที่ราบเพียงเล็กน้อย ที่ราบที่สำคัญของญี่ปุ่น ได้แก่ ที่ราบคันโต , ที่ราบโนบิน และที่ราบคินกิ บริเวณที่ราบเหล่านี้ จะเป็นเขตอุตสาหกรรมและเป็นเขตที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดของญี่ปุ่น

        สำหรับลักษณะภูมิประเทศที่เด่นอีกอย่างหนึ่งของญี่ปุ่นคือเป็นเขตแผ่นดินไหวและมีภูเขาไฟระเบิดซึ่งมีภูเขาอีกจำนวนมากพร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเวลาภูเขาไฟที่เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นและ

นับเป็นภูเขาไฟที่สวยงามมาลูกหนึ่งคือภูเขาไฟฟูจิยามา ( FUJIYAMA ) มีความสูงประมาณ 3,800 เมตร ( ประมาณ 12,388 ฟุต ) ตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู

       ส่วนบริเวณเกาะอื่นๆ ประชาชนจะอาศัยอยู่หนาแน่นตามบริเวณที่ราบโดยเฉพาะบริเวณตามชายฝั่งและที่ราบที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แผนที่ : เอเซียตะวันออกแสดงลักษณะภูมิประเทศ

กลับไปด้านบน

 

ลักษณะภูมิอากาศ

       ภูมิภาคเอเซียตะวันออกมีพื้นที่กว้างใหญ่ ทำให้ภูมิอากาศแตกต่างกันออกไป นอกจากนั้นอิทธิพลจากลมมรสุมก็มีผลต่อลักษณะของลักษณะภูมิอากาศในเขตนี้ สำหรับลมมรสุมที่พัดผ่านเอเซียตะวันออกได้แก่

1. ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้

ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ พัดระหว่างเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม จากมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าสู่ผืนแผ่นดินใหญ่ จะทำให้ฝนตกมากในบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นและตอนใต้ของจีน และจะมีปริมาณน้ำฝนลดลงเมื่อเข้าลึกไปในทวีป

 
 

2. ลมมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือ

ลมมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือพัดระหว่างเดือนพฤศจิกายน - เมษายน จากบริเวณตอนกลางของทวีป (เอเซียกลาง)เป็นลมที่ทำให้บริเวณที่ลมมรสุมนี้พัดผ่าน จะทำให้อากาศเย็นและแห้ง นอกจากบริเวณชายฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น และทางเหนือของเกาะไต้หวันจะมีฝนตก เพราะลมนี้พัดผ่านทะเล

เนื่องจากภุมิภาคเอเซียตะวันออกมีอาณาเขตที่กว้างขวาง และมีลักษณะภูมิประเทศที่ต่างกันและปัจจัยต่างๆ ที่ไม่เหมือนกันจึงทำให้ภูมิอากาศในภูมิภาคนี้ สามารถแบ่งได้คือ

1. เขตภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน

ลักษณะของภูมิอากาศเขตนี้คือ ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 27 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 13 - 17 องศาเซลเซียส เป็นเขตที่มีฝนตกมากเกินกว่า 60 นิ้วต่อปีได้แก่บริวเรณเกาะไต้หวัน เกาะไหหลำ และชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของจีน

พืชพรรณธรรมชาติเป็นพวกไม้ใบกว้างไม่ผลัดใบ และพืชเมืองร้อนหลายชนิด

 
 

2. เขตภูมิอากาศแบบมรสุมอบอุ่น

ลักษณะของภูมิอากาศเขตนี้คือ อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูร้อนและฤดูหนาวจะต่ำกว่าเขตมรสุมเขตร้อน แต่ปริมาณน้ำฝนใกล้เคียงกับเขตมรสุมเขตร้อน ได้แก่บริเวณทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี ส่วนใหญ่ของหมู่เกาะญี่ปุ่น

มีลักษณะพืชพรรณในเขตนี้มีสองแบบคือ บริเวณที่อยู่ลึกเข้าไปในทวีปจะเป็นป่าไม้ใบกว้างผลัดใบ ส่วนที่บริเวณที่อยู่ติดกับเขตร้อนชื้นจะมีเป็นป่าใบกว้างไม่ผลัดใบ

 
 

3.เขตภูมิอากาศแบบลมมรสุมอบอุ่นค่อนข้างหนาว

ลักษณะของภูมิอากาศเขตนี้คือ ในฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวเย็นมาก มีหิมะตก ส่วนในฤดูร้อนอากาศอบอุ่นค่อนข้างร้อน สำหรับปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าสองเขตแรก ได้แก่บริเวณเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น บริเวณตอนเหนือของคาบสมุทรเกาหลี บริเวณตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของจีน โดยเฉพาะในเขตแมนจูเรีย

พืชพรรณธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นพืชเมืองหนาว

 
 

4.เขตภูมิอากาศแบบกึ่งทะเลทราย (กึ่งแห้งแล้ง)

ลักษณะของภูมิอากาศเขตนี้คือในฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวเย็นมาก มีหิมะตก ส่วนในฤดูร้อนอากาศอบอุ่นค่อนข้างร้อน สำหรับปริมาณน้ำฝนน้อย ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยไม่เกิน 25 นิ้วต่อปี ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนมาก ฤดูหนาวอากาศจะหนาวจัด ได้แก่ บริเวณทางตะวันตกและทางเหนือสุดของจีนต่อจนถึงมองโกเลีย

พืชพรรณธรรมชาติเป็นแบบทุ่งหญ้าสั้นที่เรียกว่า สเตปป์

 
 

5. เขตภูมิอากาศแบบทะเลทราย

ลักษณะของภูมิอากาศเขตนี้คือในฤดูร้อนอากาศร้อนจัดฤดูหนาวอากาศหนาวจัด และมีความชื้นน้อยมาก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปีน้อยกว่า 10 นิ้วได้แก่บริเวณทางภาคตะวันตกของจีน มองโกเลีย สำหรับทะเลทรายที่สำคัญในเขตนี้ได้แก่ ทะเลทรายโกบี ทะเลทรายออร์เดอร์ส และทะเลทรายตากลามากัน

สำหรับพืชพรรณในเขตนี้มีน้อยมาก ที่มีบ้างเช่นกระบองเพชร บางแห่งไม่มีเลย

 
 

6. เขตภูมิอากาศแบบภูเขาสูง

ลักษณะของภูมิอากาศในเขตนี้คือ อุณหภูมิของอากาศจะลดลงตามระดับของความสูง คืออุณหภูมิจะลดลง 1 องศาเซลเซียต่อความสูง 180 เมตร ดังนั้นบริเวณที่สูงมากจะมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี

เขตภูมิอากาศแบบภูเขาสูงในภูมิภาคนี้ได้แก่ บริเวณที่ราบสูงทิเบต เทือกเขาฮินดูกูซ เทือกเขาคุนลุน เทือกเขาเทียนชาน

กลับด้านบน2

สำหรับพืชพรรณธรรมชาติก็จะแตกต่างกันไปตามลักษณะของภูมิอากาศ

 
 

ลักษณะพืชพรรณธรรมชาติ

           ภูมิภาคเอเซียตะวันออกเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ แต่ลักษณะภุมิประเทศเป็นทะเลทรายและภูเขาสูงส่วนใหญ่ ดังนั้นเป่าไม้จึงมีน้อย ส่วนที่เป็นที่ราบลุ่มและเขตมรสุมก็มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น ป่าไม้ต่างๆ ถูกทำลายเพื่ออยู่อาศัยและประกอบอาชีพ ดังนั้นพืชพรรณในเขตนี้สามารถแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

1. ป่าผสมหรือป่าผสมเขตอบอุ่น

ป่าผสมหรือป่าผสมเขตอบอุ่น คือป่าไม้ที่มีทั้งไม้ผลัดใบและไม่ผลัดใบ พืชพรรณธรรมชาติที่สำคัญได้แก่ ป่าสนสลับกับไม้อื่นๆ เช่นต้นโอ๊ก ต้นเฟอร์ ต้นไพร์ มีในบริเวณแมนจูเรีย เกาหลีเหนือ เกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น ส่วนบริเวณทางตะวันออกของจีน เกาหลีใต้ และภาคใต้ของญี่ปุ่นจะมีไม้ไผ่ขึ้นแทน

 
 

2. ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น

ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่นลักษณะที่สำคัญของพืชพรรณในเขตนี้คือเป็นทุ่งหญ้าสั้นๆ ใบเรียวเล็ก ซึ่งมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป แต่ทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์ ได้แก่บริเวณตะวันออกของมองโกเลีย ตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

 
 

3. พืชพรรณในเขตกึ่งทะเลทรายแลเขตทะเลทราย

พืชพรรณในเขตกึ่งทะเลทรายและเขตทะเลทราย พืชพรรณในเขตนี้ได้แก่ ไม้มีหนาม เช่นกระบองเพชร ไม้พุ่มเตี้ย ๆและอาจมีทุ่งหญ้าขึ้นบ้างบางแห่ง คือบริเวณตอนกลางและทางตะวันตกของจีน และตอนใต้ของมองโกเลียในเขตทะเลทรายโกบี

 
   
 

ลักษณะสำคัญทางเศรษฐกิจ

        ภูมิภาคเอเซียตะวันออก พื้นที่ส่วนใหญ่มีทรัพยากรหลายชนิดที่อุดมสมบูรณ์ เช่นพืช สัตว์ และแร่ธาตุ ทำให้ภูมิภาคนี้สามารถพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจได้จึงทำให้ประเทศหลายประเทศในภูมิภาคนี้สามารถพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจได้และทำให้ประเทศหลายประเทศในภูมิภาคนี้สามารถพัฒนาเศรษฐกิจของตนเองให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียม

กับประเทศในยุโรป หรือใกล้เคียงกับประเทศในตะวันตก สำหรับประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหญ่สุดและอยู่ในกลุ่ม ที่เรียกว่า " 7 จี " ส่วนอีกหลายประเทศที่พยามยามพัฒนาตัวเองและจัดอยู่ในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่ เช่นเกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง ส่วนประเทศจีน เกาหลีเหนือ มองโกเลีย ยังคงเป็นประเทศที่เศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการเกษตรกรรม

ลักษณะทางเศรษฐกิจของเอเซียตะวันออกสามารถแบ่งได้ดังนี้

การเกษตร

สาธารณรัฐประชาชนจีน (จีน)

เขตเกษตรกรรมของจีนจะทำกันในภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งสามารถแบ่งได้ 4 เขตคือ

1. บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ บริเวณที่ราบในแมนจูเรีย

พืชที่สำคัญได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวสาลี และหัวผักกาดหวานเ

 
 

2. บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำฮวงโห

เป็นที่ราบขนาดใหญ่เและมีความเจริญรุ่นเรืองมานาน เพราะเป็นเขตอารยธรรมเก่าแก่ 1 ใน 4 แห่งของโลกเกษตรกรในเขตนี้ยังใช้วิธีการแบบเก่า คือใช้แรงงานคนและสัตว์

พืชที่สำคัญในเขตนี้ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ฝ้ายและแอปเปิ้ล ส่วนสัตว์เลี้ยงที่สำคัญคือการเลี้ยงสุกรแต่การผลิตผลในเขตนี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นการผลิตเพื่อเลี้ยงครอบครัวเท่านั้น

 
 

3. เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง

เป็นเขตเพาะปลูกที่กว้างขวางตั้งแต่ที่ราบเสฉวนถึงนครเซี่ยงไฮ้

พืชที่สำคัญในเขตนี้ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวเจ้า ฝ้ายและชา

 
 

4. เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำซีเกียง

เป็นเขตที่สามารถเพาะปลูกพืชเมืองร้อนได้เพราะตั้งอยู่ในเขตมรสุมเขตร้อน แต่มีที่ราบแคบกว่าเในเขตอื่น ๆ ในเขตนี้สามารถปลูกพืชได้ปีละ 2 ครั้ง

พืชที่สำคัญในเขตนี้ ได้แก่ ข้าวเจ้า อ้อย มันเทศ และชา

       ส่วนทางตะวันตกของจีน ซึ่งมีภูมิอากาศแห้งแล้ง การเพาะปลูกพืชมีน้อย อาชีพหลักของประชากรในเขตนี้คือการเลี้ยงสัตว์ สัตว์ที่เลี้ยงมากได้แก่ แพะ แกะ วัว และจามรี( ในทิเบต)

 
 

สาธารณรัฐประชาชนมองโกเลีย

เนื่องจากประเทศมองโกเลียพืนที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตแห้งแล้ง การเพาะปลูกจึงทำได้น้อยมาก ดังนั้น อาชีพหลักของประชาขนมองโกเลียจึงขึ้นอยู่กับการเลี้ยงสัตว์ สัตว์ที่เลี้ยงมาก ได้แก่ แกะ วัว ม้า แพะ และอูฐ

 
 

สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)

เกาหลีใต้มีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับทำการเกษตร ประมาณร้อยละ 22 ของพื้นที่ทั้งหมด พืชปลูกมากได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวเจ้า ชาและอ้อย

 
 

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ( เกาหลีเหนือ)

ประเทศเกาหลีเหนือมีพื้นที่เหมาะแก่การเพาะปลูกประมาณร้อยละ 19 ของเนื้อที่ประเทศพืชที่สำคัญและปลูกมาก ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวเจ้า ข้าวโพด มันฝรั่ง ข้าวฟ่าง และถั่วเหลือง

 
 

ญี่ปุ่น

การเกษตรของญี่ปุ่นในปัจจุบันมีความสำคัญน้อยมาก เพราะญี่ปุ่นมีความเจริญทางอุตสาหกรรมดังนั้น แรงงานทางด้านเกษตรจึงมีน้อย จึงต้องใช้เครื่องจักรและเครื่องทุนแรงงานมากขึ้น รวมทั้งได้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้ได้ผลผลิตมากๆ

เนื่องจากญี่ปุ่นมีพื้นที่ที่ใช้ทำการเกษตรมีน้อย ดังนั้นญี่ปุ่นจึงต้องใช้พื้นที่ที่มีอยู่ใช้ให้คุ้มค่า พืชที่ปลูกมากและสำคัญของญี่ปุ่น ได้แก่ ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ชา ผลไม้ และผักนานาชนิด นอกจากนั้นยังมีการเลี้ยงสัตว์ประเภทโคนม และโคเนื้อ เป็นต้น

 
 

ไต้หวัน

ประเทศไต้หวันได้พัฒนาประเทศ สามารถทำให้เศรษฐกิจของไต้หวันจัดเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่คือเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม

สำหรับการเกษตรกรรมนั้นไต้หวันได้พัฒนาโดยใข้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของไต้หวันสูง พืชที่ปลูกมากและสำคัญ ได้แก่ ข้าวเจ้า อ้อย ชา กล้วย และสับปะรด

 
 

การประมง

การประมงเป็นอาชีพที่สำคัญอย่างหนึ่งของภูมิภาคเอเซียตะวันออก สำหรับประเทศที่สามารถทำการประมงในทะเลและมหาสมุทรไม่ได้ คือมองโกเลีย เพราะไม่มีอาณาเขตที่ติดต่อกับทะเล

ส่วนประเทศที่สามารถทำการประมงได้ดีคือประเทศที่มีอาณาเขตติดกับทะเลและมหาสมุทรซึ่งประกอบด้วยประเทศต่างๆ ดังนี้

ญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สามารถจับปลาได้มากที่สุดในโลก คือ สามารถจับปลาได้ปีละไม่น้อยกว่า 10 ล้านตัน (ในปีพ.ศ.2532สามารถจับปลาได้ถึง 12.5 ล้านตัน)สาเหตุที่ญี่ปุ่นสามารถจับปลาได้มาก เพราะมีปัจจัยสำคัญหลายประการเช่น

1.ที่ตั้งของญี่ปุ่น

เป็นหมู่เกาะมีปลาชุกชุม จากการที่มีกระแสน้ำอุ่นกุโรชิโวและกระแสน้ำเย็นโอยาชิโวไหลมาพบกันทำให้มีอาหารปลาจึงทำให้มีปลาชุกชุม

2. มีเทคโนโลยีทันสมัย

ญี่ปุ่นมีเครื่องมือจับปลาที่ทันสมัย โดยเฉพาะเรือประมงทันสมัยมากและมีขนาดใหญ่ สามารถออกจับปลาได้ในมหาสมุทรต่างๆ ได้ทั่วโลก

3. ความต้องการของประชาชน

ประชาชนชาวญี่ปุ่นนิยมบริโภคปลาและผลิตภัณฑ์จากปลาเป็นอาหารประจำวันรองจากข้าว

 
 

2. จีน

จีนสามารถจับปลาได้มากเป็นอันดับ 2 ของทวีปเอเซียรองจากญี่ปุ่น แหล่งประมงที่สำคัญของจีนได้แก่ ทะเลจีนและมหาสมุทรแปซิฟิก

 
 

3. เกาหลีใต้

เกาหลีใต้มีอาณาเขตติดต่อกับทะเล 3 ด้านมีความเจริญก้าวหน้าในการประมงพอสมควร สามารถจับปลาได้มากกว่าเกาหลีเหนือ แหล่งประมงที่สำคัญได้แก่ ในทะเลเหนือ ทะเลญี่ปุ่น และทะเลจีนตะวันออก และมหาสมุทรแปซิฟิก

 
 

4. เกาหลีเหนือ

เกาหลีเหนือมีอาณาเขตติดกับทะเล 2 ด้าน และเครื่องมือในการประเมงไม่ทันสมัยเท่าที่ควร จึงสามารถจับปลาได้น้อยกว่าเกาหลีใต้ แหล่งประมงเช่นเดียวกับเกาหลีใต้

 

 
 

5. ไต้หวัน

เนื่องจากประเทศหมู่เกาะ จึงสามารถทำการประมงได้ดี แต่เครื่องมือในการประมงยังทันสมัยสู้ญี่ปุ่นไม่ได้ แหล่งประมงที่สำคัญคือทะเลจีน และมหาสมุทรแปซิฟิก

ส่วนประเทศอื่นๆ การประมงไม่ได้พัฒนาและให้ความสำคัญมากนักคือ ฮ่องกง และมาเก๊า

 
   
   
 

การทำเหมืองแร่

จีน

จีนมีแร่ธาตุหลายชนิด โดยเเฉพาะแร่ธาตุที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการอุตสาหกรรมที่มีปริมาณมากเช่น แร่เหล็ก ถ่านหิน มีมากในบริเวณลุ่มแม่น้ำฮวงโหและแมนจูเรีย น้ำมันมีมากทางภาคตะวันตก และบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ

ส่วนแร่ธาตุอื่นที่มีทั่ว ๆไปในจีน ได้แก่ ทังสเตน แมงกานีส ดีบุก ตะกั่ว เป็นต้น

 
 

มองโกเลีย

แร่ธาตุที่มองโกเลียสามารถผลิตจนสามารถส่งออกขายเป็นสินค้าออกได้แก่ ฟลูออไรต์ วุลแฟรม ทองแดง และน้ำมัน

 
 

เกาหลีใต้

ประเทศเกาหลีใต้มีแร่ธาตุน้อยกว่าเกาหลีเหนือ แร่ธาตุที่เกาหลีใต้สามารถผลิตได้มาก ได้แก่ ทังเสตน และแกรไฟต์ ส่วนแร่ถ่านหินผลิตได้น้อย

 
 

เกาหลีเหนือ

มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์กว่าเกาหลีใต้ สำหรับแร่ธาตุที่เกาหลีเหนือผลิตได้มาก ได้แก่ ถ่านหิน เหล็ก ทองแดง ทังสเตน และแกรไฟต์

 
 

ญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีแร่ธาตุต่างๆน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆที่กล่าวแล้วข้างต้นญี่ปุ่นจึงต้องนำเข้าแร่ธาตุทุกชนิดที่มีความสำคัญต่อการอุตสาหกรรมแต่ญี่ปุ่นมีทรัพยากรน้ำที่สามารถพัฒนาเป็นพลังงานแทนแร่เชื้อเพลิงได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งการผลิตน้ำเป็นพลังงานผลิตกระแสไฟฟ้านั้นญี่ปุ่นเรียกว่า"ถ่านหินขาว" แร่ธาตุที่ญี่ปุ่นสามารถผลิตได้บ้างได้แก่ หินปูน กำมะถัน โครไมต์ และแมงกานิส

ส่วนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกที่ไม่ได้กล่าวถึงทรัพยากรแร่ธาตุมีการผลิตน้อยมาก

 
 

การทำป่าไม้

การทำป่าไม้ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเป็นอาชีพที่มีความสำคัญน้อยมากทั้งนี้เพราะแต่ละประเทศมีป่าไม้เหลืออยู่น้อย มีบางประเทศเท่านั้นที่มีอาชีพการทำป่าไม้อยู่บ้างได้แก่

ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นประเทศเดียวเท่านั้นที่อุตสาหกรรมการทำป่าไม้มีความเจริญก้าวหน้ามากเพราะญี่ปุ่นสามารถอนุรักษ์ป่าไม้ได้ดี ญี่ปุ่นมีป่าไม้ถึงร้อยละ 60 ของพื้นที่ป่าไม้ทั้งประเทศ ซึ่งมีทั้งไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็งการที่ญี่ปุ่นสามารถรักษาป่าไม้ไว้ได้นั้น เพราะมีมาตรการในการตัดไม้ที่ได้ผล และประชาชนให้ความร่วมมือและเห็นความสำคัญของป่าไม้

กลับด้านบน3

นอกจากการทำอุตสาหกรรมในประเทศได้ผลดีแล้ว ญี่ปุ่นได้ลงทุนทำอุตสาหกรรมป่าไม้นอกประเทศเพื่อนำผลผลิตจากไม้ใปใช้ในญี่ปุ่นอีกด้วย เช่นการไปลงทุนในการทำอุตสาหกรรมป่าไม้ในเกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซียเป็นต้น

สำหรับประเทศที่มีการทำอุตสาหกรรมบ้างในเขตแมนจูเรีย และในมณฑลเสฉนวน

 
 

การอุตสาหกรรม

การทำอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเซียตะวันออกจัดได้ว่าเป็นภูมิภาคที่การอุตสาหกรรมเจริญก้าวหน้าที่สุดของทวีปเอเซีย และแห่งหนึ่งของโลกสำหรับการอุตสาหกรรมที่สำคัญในภูมิภาคนี้สามารถแบ่งได้ดังนี้

ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าที่สุดในทวีปเอเซีย และจัดอยู่ในประเทศยักษ์ใหญ่ของการอุตสาหกรรม 1 ใน 7 ของโลก หรือที่เรียกว่า กลุ่ม 7 จี

ปัจจัยที่ส่งเสริมให้ญี่ปุ่นมีความเจริญก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม ได้แก่

1. คุณภาพของประชากร ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ประชากรมีคุณภาพสูงรวมทั้งมีแรงงานที่มีคุณภาพเป็นจำนวนมาก

2. มีแหล่งพลังงานจากพลังน้ำ และถ่านหินเป็นจำนวนมาก

3. มีตลาดกว้างขวาง ญี่ปุ่นมีตลาดทั้งในทวีปเอเซียและทวีปอื่นๆ ทั่วโลก

4. การคมนาคมขนส่งที่ทันสมัย ญี่ปุ่นมีระบบการคมนาคมขนส่งที่ทันสมัยทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ

5. ญี่ปุ่นได้นำเทคโนโลยีตะวันตกมาปรับปรุงคุณภาพให้ทัดเทียมกับของตะวันตก

6. ต้นทุนในการผลิตต่ำ สินค้าอุตสาหกรรมที่ผลิตในญี่ปุ่นต่ำกว่าผลผลิตที่ผลิตในยุโรปและอเมริกาทำให้สินค้าญี่ปุ่นราคาถูกกว่า

7.ที่ตั้งของญี่ปุ่นเนื่องจากญี่ปุ่นเป็นหมู่เกาะและมีท่าเรือที่ทันสมัย ดังนั้นเมืองอุตสาหกรรมใหญ่ ๆจึงอยู่ที่เมืองท่า

เขตอุตสาหกรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นได้แก่

1. เขตโตเกียว - โยโกฮามาคือบริเวณที่ราบกวานโตตอนกลางของเกาะฮอนชู อุตสาหกรรมที่สำคัญได้แก่ การต่อเรือ ผลิตรถยนต์ การถลุงเหล็ก เคมีภัณฑ์ เครื่องไฟฟ้า ทอผ้า เครื่องโลหะ แก้ว และการผลิตอาหารสำเร็จรูป เป็นต้น

2. เขตโอซากา - โกเบ คือบริเวณที่ราบกินกิ ตั้งอยู่ตอนใต้ของเกาะฮอนชู อุตสาหกรรมที่สำคัญในเขตนี้ ได้แก่ การถลุงเหล็ก การต่อเรือ ทอผ้า การผลิตเครื่องโลหะ เครื่องเหล็ก เครื่องไม้ อุปกรณ์ไฟฟ้าและการผลิตถ้วยชาม เป็นต้น

3.เขตนาโงยา คือบริเวณที่ราบโนบิ ตั้งอยู่ระหว่างที่ราบกวานโต ที่ราบกินกิ อุตสาหกรรมที่สำคัญในเขตนี้ได้แก่การทอผ้า การผลิตกระดาษ เคมีภัณฑ์ เครื่องบิน เครื่องถ้วยชาม การผลิตรถยนต์ และเครื่องคอมพิวเตอร์

4.เขตกิวชู ( เขตคิตะกิวซิว) คือบริเวณทางตอนเหนือของเกาะกิวชู อุตสาหกรรมที่สำคัญในขตนี้ได้แก่ อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า เครื่องจักรกล ต่อเรือ เคมีภัณฑ์ปิโตรเคมี และปูนซิเมนต์

 
 

จีน

จีนเป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเซียตะวันออกที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แต่การพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมไม่ได้พัฒนาไปมากเท่าที่ควร

ทั้งนี้เพราะจีนได้เปลี่ยนแปลงการปกครองไปเป็นแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ประกอบกับการขาดเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงทำให้อุตสาหกรรมของจีนมีความเจริญก้าวหน้าสู้ญี่ปุ่นไม่ได้

ในปัจจุบันรัฐบาลจีนได้เปลี่ยนนโยบายในการที่จะพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมและยินยอมให้ต่างชาติไปลงทุนบางอย่างในจีนได้ จึงทำให้การอุตสาหกรรมของจีนได้พัฒนาขึ้นกว่าในสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่ ๆซึ่งสามารถส่งสินค้าบางชนิดส่งเป็นสินค้าออกต่างประเทศได้สำหรับอุตสาหกรรมที่สำคัญของจีนมีทั้งอุตสาหกรรมหนักและอุตสาหกรรมเบา ได้แก่ อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า ทอผ้า เคมีภัณฑ์ เครื่องไฟฟ้า เครื่องจักรยานพาหนะ การต่อเรือ เครื่องมือวิศวกรรม อุปกรณ์การเกษตร อาหารกระป๋อง อาวุธสงคราม ปูนซิเมนต์ รถแทรกเตอร์ อุตสาหกรรมน้ำมันเป็นต้น

เมืองที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่สำคัญของจีน ได้แก่ แมนจูเรีย ปักกิ่ง เทียนสิน เซี่ยงไฮ้ จุงกิง วูฮัน กวางตุ้ง เชนยาง เป็นต้น

 
 

เกาหลีใต้

เกาหลีใต้เป็นประเทศหนึ่งของเอเซียที่สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นประเทศผู้ส่งออกมากเป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น และจัดเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่หรือเรียกว่า "นิกส์"

อุตสาหกรรมที่สำคัญของเกาหลีใต้ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ รถยนต์ การต่อเรือ เครื่องเหล็ก เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกล เครื่องอุปกรณ์โทรคมนาคม เป็นต้น

เมืองที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่สำคัญของเกาหลีใต้ ได้แก่ กรุงโซล เตจอน เตกู และปูซาน เป็นต้น

 
 

เกาหลีเหนือ

เกาหลีเหนือมีแร่ธาตุมากกว่าเกาหลีใต้ แต่การพัฒนาอุตสาหกรรมสู้เกาหลีใต้ไม่ได้แต่จัดได้ว่าแต่จัดได้ว่าเกาหลีเหนือมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรมมากประเทศหนึ่งของทวีปเอเซีย

อุตสาหกรรมที่สำคัญของเกาหลีเหนือได้แก่ อุตสาหกรรมถ่านหิน เหล็กกล้า เครื่องจักรกล การต่อเรือ รถยนต์ เครื่องไฟฟ้า เป็นต้น

เมืองที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่สำคัญของเกาหลีเหนือ ได้แก่ เมืองเปียงยาง วอนซาน และฮุงนาม

 
 

ไต้หวัน

ไต้หวัน เป็นประเทศที่ขาดแคลนแร่ธาตุ แต่ไต้หวันได้พัฒนาอุตสาหกรรมประเภทอุตสาหกรรมเบาและน้ำเอาผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปจนทำให้ไต้หวันเป็นอีกประเทศหนึ่ง

ในเอเซียที่สามารถพัฒนาประเทศกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่

อุตสาหกรรมที่สำคัญของไต้หวัน ได้แก่ อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องจักรกล เครื่องคอมพิวเตอร์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การพิมพ์ ของเด็กเล่น อาหารกระป๋อง อาหารสำเร็ปรูป

เมืองที่เป็นศูนย์กลางการอุตสาหกรรมที่สำคัญของไต้หวัน คือบริเวณเมืองหลวงคือไทเป

 
 

ฮ่องกง

ฮ่องกง เป็นดินแดนที่อังกฤษเช่าจากจีน มีความเจริญก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมและการค้า ฮ่องกงเป็นเมืองท่าที่ปลอดภาษีที่สำคัญแห่งหนึ่งของเอเซีย สำหรับอุตสาหกรรมที่สำคัญของฮ่องกง ได้แก่ เสื้อผ้าสำเร็จรูปผลิตภัณฑ์พลาสติก ของเด็กเล่น

 
 

ลักษณะทางการค้าของเอเซียตะวันออก

ลักษณะทางการค้าของเอซียตะวันออกนั้น ญี่ปุ่นและฮ่องกงเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญของภูมิภาคนี้และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเพราะมีท่าเรือที่ทันสมัยและมีสินค้าอุตสาหกรรมหลายชนิดที่ผลิตในภูมิภาคนี้

ส่วนประเทศที่มีความสำคัญรองลงมา ได้แก่ ไต้หวันและเกาหลี ส่วนจีนนั้นเริ่มมีบทบาทมากขึนในปัจจุบัน

ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกมีบทบาทและอำนาจในทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง เพราะหลายประเทศสินค้าออกส่วนใหญ่เป็นประเภทสินค้าอุตสาหกรรมในขณะที่สินค้าที่สั่งเข้าส่วนใหญ่เป็นพวกวัตถุดิบและสินค้าประเภทอาหาร

ประ เภทคู่ค้าที่สำคัญของเ อ เซียตะวันออกมีอยู่ทุกทวีปทั่วทุกมุมโลก ทั้งค่ายโลกเสรีและโลกสังคมนิยม

ญี่ปุ่น

สินค้าเข้าที่สำคัญของญี่ปุ่นประเภทอาหาร ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวโพด น้ำตาล เนื้อสัตว์ และสินค้าประเภทวัตถุดิบ ได้แก่ น้ำมัน เหล็ก ฝ้ายดิบ เป็นต้น

สินค้าออก ญี่ปุ่นส่งสินค้าอุตสาหกรรมสำเร็จรูปเป็นสินค้าออกที่สำคัญของญี่ปุ่นได้แก่ เครื่องจักรกลรถยนต์ เครื่องไฟฟ้า อีเล็กทรอนิกส์ เครื่องสำอาง

 
 

จีน

สินค้าเข้า จีนสั่งสินค้าเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรกล ข้าว อาหาร ฝ้าย น้ำตาล ยางพารา

สินค้าออก สินค้าส่งออกที่สำคัญของจีน ได้แก่น้ำมัน สินค้าประเภทหัตถกรรม

 
 

เกาหลีใต้

สินค้าเข้า เกาหลีใต้สั่งสินค้าเข้าที่สำคัญได้แก่ อาหาร ข้าว น้ำมัน และวัตถุดิบ

สินค้าออก สินค้าส่งออกที่สำคัญของเกาหลีใต้ ได้แก่ เครื่องไฟฟ้า เครื่องจักรกล เครื่องมือเกษตรกรรม รถยนต์

 
 

เกาหลีเหนือ

สินค้าเข้า เกาหลีเหนือสั่งสินค้าเข้าที่สำคัญ ได้แก่ สินค้าบางประเภท อาหาร ข้าว น้ำมัน เครื่องจักรกล

สินค้าออก สินค้าออกที่สำคัญได้แก่ แร่ธาตุพวกสังกะสี นิเกิล เครื่องไฟฟ้า

 
 

ไต้หวัน

สินค้าเข้า สินค้าที่ไต้หวันสั่งเข้าที่สำคัญได้แก่ สินค้าประเภทอาหาร วัตถุดิบพวกแร่ธาตุ และน้ำมัน

สินค้าออก สินค้าที่ไต้หวันส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องไฟฟ้า เครื่องมือเกษตรกรรม ของเด็กเล่น เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑพลาสติก ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังเป็นต้น

 
 

การคมนาคมขนส่ง

การคมนาคมขนส่งถือได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาประเทศดังนั้น การคมนาคมขนส่งในภูมิภาคเอเซียตะวันออกจึงมีความเจริญควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆเนื่องจากภูมิภาคนี้ทุกประเทศ

ยกเว้น มองโกเลีย มีอาณเขตติดต่อกับทะเลและมหาสมุทร การคมนาคมขนส่งทางน้ำจึงเป็นการคมนาคมขนส่งที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคนี้

ลักษณะการคมนาคมขนส่งของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเซียตะวันออก สามารถสรุปย่อ ๆ ได้ดังนี้

ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นได้พัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศจนทำให้ระบบการคมนาคมขนส่งของญี่ปุ่นมีความทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกสามารถแบ่งได้ดังนี้

1. ทางรถไฟ

ญี่ปุ่นมีเส้นทางทั่วประเทศรวมกันมีความยาวประมาณ 28,000กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางรถไฟจะเชื่อมโยงระหว่างเมืองสำคัญ ๆของประเทศทุกเมือง และเชื่อมเกาะระหว่างเกาะสำคัญทั้ง 4 เกาะโดยมีอุโมงค์ใต้ทะเลญี่ปุ่นได้สร้างรถไฟที่สามารถวิ่งได้เร็วมาก คือประมาณ 200 กิโลเมตรกว่าต่อชั่วโมง เรียกรถไฟประเภทนี้ว่า B ullet Train "

2. ทางถนน(รถยนต์)

ญี่ปุ่นมีถนนที่ทันสมัยที่เรียกว่า ซูเปร์ไฮเวย์ ระบบทางด่วน เชื่อมระหว่างเมืองสำคัญ ๆ กระจายอยู่ทุกเมือง โดยเฉพาะระหว่างเมืองอุตสาหกรรมกับเมืองท่าและเมืองหลวง

3.ทางอากาศ

เมืองโตเกียวซึ่งเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น เป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญและมีท่าอากาศยานที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ญี่ปุ่นมีสายการบินภายในประเทศที่ทันสมัยและเป็นที่นิยมอย่างมากของประชาชน

สำหรับสายการบินประจำชาติของญี่ปุ่น คือแจแปนแอร์ไลน์ ซึ่งเป็นสายการบินที่สามารถบินเชื่อมระหว่างประเทศต่างๆ ทั่วโลก

4,ทางน้ำ (ทางเรือ)

เนื่องจากญี่ปุ่นประกอบด้วยเกาะต่างๆ มากมาย การคมนาคมขนส่งทางน้ำจึงมีความสำคัญและนิยมกันแพร่หลายทั่วประเทศ เพราะต้องใช้เพื่อลำเลียงสินค้าอุตสาหกรรมออกไปจำหน่าย และนำวัตถุดิบมาป้อนโรงงานอุตสาหกรรม

ปัจจุบันญี่ปุ่นมีกองเรือที่มีระวางบรรทุกมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศไลบีเรีย โดยที่ญี่ปุ่นมีเมืองท่า สำคัญได้แก่ โยโกฮามา โกเบ นาโงยา ควาซากิ

เมืองสำคัญของญี่ปุ่น

โตเกียว เป็นเมืองหลวงและเมืองท่า เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและศูนย์กลางการค้า อยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะฮอนชู

เกียวโต เป็นเมืองหลวงเก่า ศูนย์กลางวัฒนธรรมญี่ปุ่น และมีโบราณสถานสำคัญ ๆมากมาย

โยโกฮามา เป็นเมืองท่าสำคัญสุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู อยู่ห่างชายฝั่งตะวันตกของอ่าวโตเกียว

 
 

จีน

การคมนาคมขนส่งของจีนส่วนใหญ่ไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควรเมื่อเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้การคมนาคมขนส่งระหว่างจีนกับประเทศอื่นๆ แม้แถบเอเซียเองก็ไม่สะดวกเท่าที่ควร การคมนาคมขนส่งของจีนสามารถแบ่งได้ดังนี้

1.ทางรถไฟ

ทางรถไฟ ส่วนใหญ่ของจีนอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือในเขตแมนจูเรีย และเชื่อมการติดต่อเมืองสำคัญในเขตที่ราบตะวันออก เส้นทางรถไฟของจีนจะใช้บรรทุกสินค้าและขนส่งผู้โดยสาร ส่วนด้านตะวันตกของจีน มีน้อยมาก หรือบางบริเวณไม่มีเลย ศูนย์กลางทางรถไฟได้แก่ ปักกิ่ง วูฮ่น ซางซา และเซงโจว

2. ทางถนน(รถยนต์)

เป็นเส้นทางติดต่อระหว่างเมืองใหญ่ ๆ ในเขตแมนจูเรียจะมีเครือข่ายกว้างขวางมาก แต่รถยนต์ในจีนมีน้อย ประชาชนส่วนใหญ่ใช้รถจักรยาน

3. ทางอากาศ

การคมนาคมขนส่งทางอากาศของจีนไม่มีความเจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร ส่วนใหญ่ใช้เพื่อกิจกรรมของกองทัพอากาศและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีสายการบินต่างชาติได้มีการติดต่อกับจีนเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจและธุรกิจท่องเที่ยว

4. ทางน้ำ

การคมนาคมขนส่งทางน้ำมีความสำคัญมากของจีน โดยเฉพาะตามแม่น้ำสายต่างๆ ของจีนจะใช้เรือเพื่อขนส่งสินค้า โดยใช้เรือทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่

บริเวณตามชายฝั่งตะวันออกด้านมหาสมุทรแปซิฟิกจะมีการติดต่อค้าขายกับญี่ปุ่นมากและสำคัญที่สุด

เมืองสำคัญของจีน

ปักกิ่ง เป็นเมืองหลวง ศูนย์กลางการค้าและโรงงานอุตสาหกรรมมีพระราชวังโบราณที่สวยงามมาก

เซี่ยงไฮ้ เป็นเมืองท่าที่สำคัญและเมืองใหญ่ที่สุดของจีน เป็นศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมมีชื่อเสียงในการหัตถกรรมและแกะสลักหยก

เทียนสิน เป็นเมืองอุตสาหกรรม ศูนย์กลางการค้าและการศึกษา

มุกเดน เป็นเมืองอุตสาหกรรม ศูนย์กลางการค้าและการศึกษา

จุงเกิง เป็นเมืองศูนย์กลางการเพาะปลูก การค้าและธนาคาร

นานเกิง เป็นศูนย์กลางโรงงานอุตสาหกรรมทอผ้า และเคยเป็นเมืองหลวงเก่า

 

 
 

เกาหลีใต้

เกาหลีใต้เป็นประเทศเล็ก ๆ แต่การคมนาคมขนส่งได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วสำหรับเส้นทางคมนาคมที่สำคัญของเกาหลี ได้แก่

1. ทางรถไฟ

เกาหลีใต้มีเส้นทางรถไฟเชื่อมระหว่างเมืองใหญ่ ๆและเมืองสำคัญที่เป็นเมืองอุตสาหกรรมและเมืองท่าส่วนใหญ่เป็นเส้นทางสายสั้น ๆ

2. ทางถนน( รถยนต์)

เกาหลีใต้ถึงแม้ว่าเป็นประเทศเล็ก ๆก็ตาม แต่มีถนนระดับซูเปอร์ไฮเวย์ถึงจะมีไม่กี่สาย แต่เส้นทางคมนาคมสามารถติดต่อเชื่อมโยงกระจายทั่วประเทศ สำหรับถนนชั้นดีได้แก่ เส้นทางจากกรุงโซลไปเตกูและปูซาน

3.ทางอากาศ

ปัจจุบันเกาหลีใต้ได้พัฒนาการคมนาคมขนส่งทางอากาศเป็นอย่างมากด้วยการปรับปรุงท่าอากาศยานภายในประเทศให้สายการบินต่างๆ แวะที่เกาหลีใต้ ได้นอกจากนั้นมีสายการบินพาณิชย์ระหว่างประเทศมีเครื่องบินของบริษัทเกาหลีแอร์ไลน์ ซึ่งบินจากกรุงโซลไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก

4. ทางเรือ

การคมนาคมขนส่งทางเรือของเกาหลีใต้นับว่ามีความสำคัญมากเพราะอยู่ติดกับทะเลและมหาสมุทร เพราะใช้เป็นเส้นทางเดินเรือเพื่อลำเลียงสินค้าต่างๆ ออกสู่ตลาดโลกตามประเทศต่างๆ

เมืองสำคัญของเกาหลีใต้

กรุงโซล เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สุดของเกาหลี เป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจและอุตสาหกรรมทุกชนิด

ปูซาน เป็นเมืองท่าสำคัญทางภาคใต้ เป็นเมืองใหญ่รองจากกรุงโซล

อินซอน เป็นเมืองท่าสำคัญในภาคเหนือ

เตกู เป็นศูนย์กางการค้า และเป็นศูนย์กลางทอผ้าแพรและผ้าไหม

 
 

ไต้หวัน

การคมนาคมขนส่งของไต้หวัน ซึ่งเป็นเกาะแต่ได้พัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งได้เจริญก้าวหน้าพอสมควร เส้นทางคมนาคมขนส่งที่สำคัญได้แก่

1. ทางรถไฟ

เป็นเส้นทางสายสั้นๆ ที่เชื่อมระหว่างเมืองใหญ่ ๆและสำคัญ เช่นระหว่างเมืองหลวงกับเมืองอุตสาหกรรมและเมืองท่า

2. ทางถนน( รถยนต์)

ไต้หวัน มีถนนระบบซูเปอร์ไฮเวย์ไม่กี่สายที่เชื่อมระหว่างเมืองอุตสาหกรมกับเมืองหลวงและเมืองท่า

3.ทางอากาศ

มีสายการบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ แต่มีขอบเขตที่จำกัด เพราะท่าอากาศยานของไต้หวันยังไม่ทันสมัยเท่าที่ควร

4. ทางเรือ

นับว่าสำคัญมาก เพราะประเทศเป็นเกาะมีทะเลล้อมรอบ จึงทำให้เส้นทางเดินเรือเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นทางลำเลียงสินค้าสู่ตลาดโลก

เมืองสำคัญของไต้หวัน

ไทเป เป็นเมืองหลวงศูนย์กลางความเจริญและเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม

คีลุง เป็นเมืองท่า อยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะ

เกาลุง เป็นเมืองท่าอยู่ทางตอนใต้ด้านตะวันตกของเกาะ

สำหรับประเทศเกาหลีเหนือและมองโกเลีย การคมนาคมนับว่าล้าหลังที่สุดในภูมิภาคนี้ โดยเกาหลีเหนือจะมีเส้นทางคมนาคมทางน้ำจะมีความสำคัญที่สุด ส่วนมองโกเลียจะมีเส้นทางคมนาคมทางถนนสำคัญที่สุด

กลับด้านบน4

 

 

ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม

ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรมของประชาชนในภูมิภาคเอเซียตะวันออก นับว่ามีความคล้ายคลึงกันมาก และในภูมิภาคนี้จีนเป็นชาติที่มีอารยธรรมและวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดหนึ่งในสี่แห่งโลก (แหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่ของโลกมี4แห่งที่นักประวัติศาสตร์และนับโบราณคดียอมรับในปัจจุบันคือ 1 อารยธรรมอียิปต์โบราณลุ่มแม่น้ำไนล์ 2 อารยธรรมเมโสโปเตเมีย ในอิรัก 3 . อารยธรรมอินเดีย ลุ่มแม่น้ำสินธุ และ 4. อารยธรรมจีน ลุ่มแม่น้ำฮวงโห) ดังนั้นวัฒนธรรมในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคแถบนี้จะได้รับจากจีนเป็นส่วนใหญ่ สำหรับวัฒนธรรมของเอเซียตะวันออกสามารถแบ่งได้ดังนี้

ลักษณะทางภาษา

ภาษาในภูมิภาคเอเซียตะวันออกส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากภาษาจีน แต่จะมีความแตกต่างออกไปบ้างตามท้องถิ่นต่างๆ

จีน

ในประเทศจีนมีภาษาถิ่นต่างๆ มากมายหลายภาษา โดยเฉพาะชนกลุ่มซึ่งใช้ภาษาถิ่นของตนเองเช่น ภาษามองโกล ภาษาเตอร์ก ภาษาทิเบต แต่ภาษาที่ใช้เป็นภาษาทางราชการคือภาษาจีนกลางหรือภาษาจีนแมนดาริน

 
 

ไต้หวัน

ไต้หวันมีลักษณะทางภาษาเช่นเดียวกับจีน คือภาษาที่เป็นภาษากลางและเป็นภาษาทางราชการ คือภาษาจีนกลางหรือภาษาจีนแนดาริน

 
 

ญี่ปุ่น

ภาษาญี่ปุ่นเดิมได้รับอิทธิพลจากภาษาจีน ดังนั้นตัวหนังสือของญี่ปุ่นจึงคล้ายกับอักษรของจีน แต่ต่อมาญี่ปุ่นได้คิดประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้เอง ซึ่งตัวอักษรของญี่ปุ่นแบ่งได้ 3 ประเภทคือ คันจิ ฮิรางานและคะตะกะนะ

 
 

เกาหลี

เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ได้รับอิทธิพลทางภาษาจากจีน ดังนั้นทั้ง 2 ประเทศจึงใช้ภาษาเดียวกันคือภาษาเกาหลี

 
 

มองโกเลีย

เนื่องจากมองโกเลียอยู่ระหว่างประเทศใหญ่ 2 ประเทศ คือจีนกับรัสเซีย ดังนั้นจึงรับอิทธิพลทางภาษาจาก 2 ประเทศคือภาษาจีน และรัสเซีย นอกจากนั้นมีภาษาที่ใช้กันอีกภาษาหนึ่ง คือภาษากัลกา

 
 

ลักษณะทางเชื้อชาติ

จีน

ประชาชนส่วนใหญ่ คือประมาณกว่าร้อยละ 90 เป็นจีนแท้ ส่วนที่เหลือส่วนมากจะเป็นกลุ่มน้อยซึ่งมีอยู่มากมายหลายเชื้อชาติ ชนกลุ่มน้อยที่สำคัญในจีนได้แก่ พวกมองโกเลีย ทิเบต จ้วง และอุยเกอร์

 
 

มองโกเลีย

ประชาชนของมองโกเลียส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากพวกมองโกล

 
 

เกาหลี

ประชาชนของเกาหลี ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ มีเชื้อชาติเกาหลี

 
 

ญี่ปุ่น

ประชาชนชาวญี่ปุ่นมากกว่าร้อยละ 98 เป็นชาวญี่ปุ่น สำหรับชนกลุ่มน้อยในญี่ปุ่น ได้แก่ ชนเผ่าไอนุซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะฮอกไกโด และอีกกลุ่มหนึ่งคือชาวเกาหลี

 
 

ไต้หวัน

ประชาชนชาวไต้หวันส่วนใหญ่คือชาวจีน

 
 

ศาสนา

ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกประชาชนส่วนใหญ่จะได้รับอิทธิพลจากจีนดังนั้น ศาสนาก็เป็นอีกวัฒนธรรมหนึ่งที่ประชาชนภูมิภาคนี้รับมาจากจีน

จีน

เดิมจีนนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน ลัทธิขงจื๊อ และลัทธิเต๋า นอกจากนั้นมีชนกลุ่มน้อยบางกลุ่มนับถือศาสนาคริสต์และอิสลามแต่เมื่อจีนได้เปลี่ยนลัทธิการปกครองไปเป็นคอมมิวนสต์ ผู้นำจีนไม่ส่งเสริมให้ประชาชนนับถือศาสนาต่างๆ เหล่านั้น แต่ได้ปลูกฝังลัทธิคอมมิวนิสต์ จึงทำให้ศาสนาต่างๆ ในจีน ลดความสำคัญลงจนถึงปัจจุบัน

 
 

มองโกเลีย

เดิมประชาชนมองโกเลียนับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เช่นเดียวกับทิเบตแต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงลัทธิการปกครองเป็นสังคมนิยม รัฐได้เข้ามาควบคุมกิจกรรมทางศาสนามากขึ้น ทำให้ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการนับถือศาสนาเหมือนเดิม

 
 

เกาหลีใต้

ประชาชนเกาหลีใต้มีเสรีภาพในการนับถือศาสนามากกว่าเกาหลีเหนือ ศาสนาที่ประชาชนนับถือกันมากได้แก่ พุทธศาสนา ลัทธิขงจื๊อ ศาสนาคริสต์

 
 

เกาหลีเหนือ

ประชาชนเกาหลีเหนือสามารถนับถือศาสนาได้ แต่รัฐบาลจะไม่สนับสนุนและส่งเสริมอย่างเกาหลีใต้สำหรับศาสนาที่ยังมีประชาขนนับถือในเกาหลีเหนือ ได้แก่ พุทธศาสนา ลัทธิขงจื๊อ และลัทธิขอนโตเกียว เป็นต้น

 
 

ญี่ปุ่น

ประชาชนชาวญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลทางศาสนาส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพุทธศาสนาลัทธิมหายานส่วนศาสนาดั้งเดิมและถือได้ว่าเป็นศาสนาประจำชาติของญี่ปุ่น คือศาสนาชินโต โดยสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันประชาชนชาวญี่ปุ่นมักจะนับถือทั้งศาสนาพุทธและศาสนาชินโตควบคู่กันไป

 
 

ลักษณะทางการแต่งกาย

ลักษณะทางวัฒนธรรมการแต่งกายของประชาชนในภูมิภาคนี้ส่วนใหญ่ได้รับจากจีน ดังนั้นลักษณะของการแค่งกายจึงคล้าย ๆกันดังนี้

จีน

ลักษณะการแต่งกายชุดประจำชาติคือหญิงใส่เสื้อคอจีน แขนยาว มีผ้าผูกที่เอว นุ่งกางเกงขายาว ส่วนผู้ชายใส่เสื้อคอจีนยาวคลุมเท้า ผ่าด้านข้างนุ่งกางเกงขายาว

 
 

ญี่ปุ่น

มีชุดประจำชาติเรียกว่า ชุดกิโมโน ซึ่งแต่งได้ทั้งชายและหญิง ลักษณะของเสื้อจะมีลักษณะยาวคลุมถึงเข่า แขนยาวกว้างใหญ่ ส่วนผู้ชายนิยมแต่งชุดสากลนิยม

 
 

เกาหลี

ผู้หญิงใส่เสื้อตัวสั้นแขนยาว นุ่งกระโปรงบานจีบรอบตัว ยาวคลุมถึงพื้น ส่วนผู้ชายจะแต่งชุดสากลนิยม

 
 

ไต้หวัน

การแต่งกายจะให้เข้ากับลักษณะของอากาศหนาวที่หนาวคือผู้หญิงใส่เสื้อแขนกว้างใหญ่ ป้ายซ้อนเข้าด้วยกันหลายชั้น ตัวเสื้อยาวคลุมถึงพื้น สวมกางเกงขายาวไว้ชั้นใน ส่วนผู้ชายจะใส่เสื้อแขนกระบอกยาวและแขนกว้าง นุ่งกางเกงขายาวที่เรียกว่า กางเกงจีน

 
 

ลักษณะของประชากรและมาตรฐานในการครองชีพ

ปัจจุบัน(ปีพ.ศ.2536) ภูมิภาคเอเซียตะวันออกมีประชากรประมาณ 1,500 ล้านคน โดยที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมีประชากรมากที่สุดคือ 1, 200 ล้านคน รองลงมาคือ ญี่ปุ่น ประมาณ 130 ล้านคน ในภูมิภาคนี้มีพื้นดินคิดเป็นอัตราส่วนน้อยกว่าร้อยละ 10 ของพื้นแผ่นดินของโลก แต่มีประชากรมีมากถึงร้อยละ 26 ของประชากรโลก

ลักษณะภูมิประะเทศของภูมิภาคนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยภูเขา ที่ราบสูง และทะเลทราย ซึ่งในเขตนี้จะมีประชากรเบาบางส่วนเขตที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ได้แก่ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ ที่ราบชายฝั่งทะเล

อัตราการเพิ่มของประชากรในภูมิภาคเอเซียตะวันออกทั้งภูมิภาคประมาณร้อยละ 1.3 โดยที่ประเทศญี่ปุ่นมีอัตราการเพิ่มประชากรต่ำสุดคือประมาณร้อยละ 0.3

ส่วนประเทศที่มีอัตราการเพิ่มประชากรสูงสุด คือมองโกเลีย อัตราเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2.7 เป็นต้น

มาตรฐานในการครองชีพของประชาชนในภูมิภาคเอเซียตะวันออกจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้เพราะหลายประเทศในเขตนี้ได้พัฒนาทางเศรษฐกิจจึงทำให้มาตรฐานการครองชีพสูงขึ้นด้วย ประเทศที่พัฒนามากที่สุดคือญี่ปุ่น สำหรับรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีสูงสุดคือประมาณ 22,000 เหรียญสหรัฐ รองลงมาคือไต้หวัน ประมาณ 7,600 เหรียญสหรัฐ เกาหลีใต้ประมาณ 3,600 เหรียญสหรัฐ เกาเหนือประมาณ 1,100เหรียญสหรัฐ มองโกเลีย ประมาณ 600 เหรียญสหรัฐ และจนประมาณ 350 เหรียญสหรัฐ เป็นต้น

 
 

อ้างอิง : อาจารย์นิคม สุมงคม . คู่มือเตรียมสอบสังคมศึกษา ม.2 . กรุงเทพ ฯ : ไฮเอ็ดพับลิชซิ่ง , 2521.

 

 
  กลับสู่หน้าเมนูหลัก